| มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดเป็นมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก และเป็นมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ที่สุดของสหรัฐอเมริกา ซึ่งวันนี้มีอายุถึง 372 ปีนับตั้งแต่วันก่อตั้ง และได้ผลิต บัณฑิตที่มีชื่อเสียงออกไปมากมายทั่วโลก
ความสำเร็จที่เกิดขึ้นตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ปฏิเสธไม่ได้เช่นเดียวกันว่าส่วนหนึ่งมาจากความสำเร็จของ โรงเรียนบริหารธุรกิจฮาร์วาร์ด (Havard Business School : HBS) ซึ่งทำการเรียนการสอนด้านบริหารธุรกิจ MBA ชั้นนำที่ผลิตคนออกไปเป็นผู้บริหารระดับสูงในองค์กรธุรกิจและประสบความสำเร็จมากมาย ลองดูจากตัวเลขเงินบริจาคที่บรรดาศิษย์เก่า ที่วันนี้กลายเป็นมหาเศรษฐีร่วมเฉลิมฉลองในโอกาสครบรอบ 100 ปีของ HBS เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ซึ่งมีมูลค่าสูงถึง 2,500 ล้านเหรียญสหรัฐ
แต่เบื้องหลังความสำเร็จเหล่านั้น กลับเต็มไปด้วยความท้าทายในโลกที่เปลี่ยนแปลงไป
ทิศทางบริหารจัดการศึกษายุคใหม่
นิตยสารดิ อีโคโนมิสต์ เขียนถึงเรื่องนี้ไว้ว่า "ฮาร์วาร์ดนั้นมีชื่อเสียงและมีบทบาทนำอย่างมากในการสร้างสรรค์การศึกษาด้านการบริหารจัดการในธุรกิจยุคใหม่ ที่วันนี้เฟื่องฟูมาก แต่หลังจากนี้โรงเรียนบริหารธุรกิจเช่นฮาร์วาร์ดจะเผชิญกับความท้าทายที่เกิดขึ้นอย่างไรในโลกที่มีโรงเรียนบริหารธุรกิจเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วตลอดเวลา รวมถึงความท้าทายในโลกของเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและโอกาสในอาชีพที่ลดลง" ทำให้คณะผู้บริหารของโรงเรียนพยายามที่จะสร้างสรรค์กลยุทธ์ใหม่ๆ ในการทำหลักสูตร
ที่ผ่านมาแม้ว่าจะประสบความสำเร็จในการสร้างผู้บริหารในองค์กรธุรกิจ แต่ก็ยังไม่เคยมีการพัฒนาหลักสูตรเอ็มบีเอสำหรับผู้บริหาร เหมือนกับ Graduate School of Business ของมหาวิทยาลัยชิคาโก หรืออย่างตลาดต่างประเทศโรงเรียนบริหารธุรกิจฮาร์วาร์ดก็ไม่เคยเปิดเกมรุก เหมือนกับ "Insead" โรงเรียนบริหารธุรกิจชั้นนำในยุโรป ที่รุกมาเปิดสาขาที่สิงคโปร์
ฉะนั้นนับจากนี้ว่ากันว่าการเติบโตของฮาร์วาร์ดอาจจะต้องกล้าเสี่ยง เพราะแม้ว่าการเปิดตลาดในต่างประเทศอาจจะไม่ประสบความสำเร็จเช่นเดียวกับความพยายามในการรุกคืบสู่ยุโรปเมื่อทศวรรษก่อน แต่เมื่อถึงวันนี้อาจจะเป็นเรื่องที่ถูกเวลาหากจะเกิดขึ้น
พลิกเกมเฟ้นหาหัวกะทิ
เพราะการเฟ้นหาคนในระดับหัวกะทิมาเรียน ซึ่งมีส่วนสำคัญในการสร้างผลผลิตชั้นยอดนั้น ไม่ได้ง่ายเช่นในอดีต
ปัญหาของการเรียนหลักสูตรเอ็มบีเอแบบเต็มเวลาในปัจจุบันนั้นเพิ่มมากขึ้น อาชีพแบบดั้งเดิมอย่างที่ปรึกษา นักวิเคราะห์ ผู้ประกอบการด้านเทคโนโลยี ฯลฯ กำลังเปลี่ยนไป โลกมีโอกาสให้เกิดอาชีพมากมายเกินกว่าที่คาดคิด ฉะนั้นการใช้เวลาเรียนเต็มเวลาถึง 2 ปี อาจจะเป็นเวลาที่ยาวนานเกินไปสำหรับพฤติกรรมของคนในเจเนอเรชั่นใหม่
แม้ว่าปัจจุบันโรงเรียนแห่งนี้จะพยายามพัฒนากลยุทธ์ใหม่ๆ ออกมาดึงดูดใจผู้เรียนอย่างกลยุทธ์ "ทูพลัสทู" ในการรับนักศึกษาตั้งแต่พวกเขายังเรียนอยู่ในปีที่ 2 และเรียนต่ออีก 2 ปี ขณะที่พวกเขาทำงานแล้ว รวมถึงการเพิ่มจำนวนและมูลค่าของทุนการศึกษากระทั่งเรียนฟรี
อย่างไรก็ตาม นิตยสาร "ดิ อีโคโนมิสต์" บอกว่า ในหนังสือ From Higher Aims to Hired Hands ซึ่งเขียนโดย "ราเกซ ครูรานา" ซึ่งเป็นโปรเฟสเซอร์คนหนึ่งของโรงเรียนบริหารธุรกิจฮาร์วาร์ด ตั้งคำถามไว้ว่า อะไรคือสิ่งที่โรงเรียนบริหารธุรกิจต้องทำ
หากนับตั้งแต่เริ่มก่อตั้งโรงเรียนบริหารธุรกิจฮาร์วาร์ดมีเป้าหมายในการสร้างมืออาชีพด้านการจัดการ ซึ่งสร้างคุณค่าให้กับสังคมในภาพกว้าง แต่ปัจจุบันครูรานา วิพากษ์ว่า โรงเรียนธุรกิจกำลังมุ่งไปที่การสร้างผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง โดยมองในมุมที่แคบลงทุกที และสิ่งเหล่านี้ก็กลับมาสู่มุมมองถึงวิสัยทัศน์ของคนที่ออกไปเป็นผู้บริหารในองค์กร
ลบมลทิน "จำเลย" สังคม
สถาบันชั้นนำที่ทำหลักสูตรเอ็มบีเอยังตกเป็นจำเลยในการสร้างพฤติกรรมความเห็นแก่ตัวให้กับบรรดาผู้บริหารระดับสูงขององค์กร และหนึ่งในนั้นคือคนที่เคยเป็นดาวเด่นของศิษย์เก่าของ HBS อย่างเจฟเฟอรี่ สคิลลิง ที่เป็นผู้บริหารของเอ็นรอน แม้ว่าเขาจะไม่ใช่ภาพตัวแทนของมหาบัณฑิตที่จบออกไปทั้งหมด แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่านี่เป็นเรื่องสถาบันการศึกษาต้องมอง ครูรานาบอกว่า วันนี้คนที่เรียนเอ็มบีเอจากฮาร์วาร์ดออกไปเป็นผู้บริหารมากมาย ในธุรกิจที่ปรึกษา ธนาคาร เฮดจ์ฟันด์ และแน่นอนว่าทั้งพฤติกรรมที่เลวร้ายของผู้บริหารองค์กรที่ขาดจริยธรรมและวิกฤตทางการเงินที่เกิดขึ้น จึงเป็นเหมือนเรื่องเล็กๆ ที่ทิ่มแทงใจสถาบัน
จึงไม่น่าแปลกใจที่บรรดาโรงเรียนบริหารธุรกิจต้องทบทวนว่า การเรียนการสอนในหลักสูตรที่ผ่านมานั้นมาถูกทางแล้วหรือไม่
ครูรานาบอกว่า ถึงวันนี้โรงเรียนบริหารธุรกิจต้องฟื้นฟูความตั้งใจในอดีตที่ก่อตั้งหลักสูตร เหมือนกับวิสัยทัศน์ของโรงเรียนบริหารธุรกิจฮาร์วาร์ดที่ว่า "การให้การศึกษากับผู้นำผู้ที่จะสร้างความแตกต่างให้กับโลก"
อย่างไรก็ตาม ไม่นานมานี้หลังวิกฤตการณ์เอ็นรอน ที่โรงเรียนบริหารธุรกิจแห่งนี้เริ่มต้นบรรจุเรื่องต่างๆ ลงในหลักสูตร ทั้งเรื่องภาวะผู้นำ จริยธรรม ความรับผิดชอบต่อสังคม
และนี่สะท้อนให้เห็นถึงความเคลื่อนไหวในการปรับตัวในช่วงที่ผ่านมา และเป็นสัญญาณที่ดีของก้าวต่อไป ที่ยังมีความท้าทายให้ตอบโจทย์ กลางวิกฤตเศรษฐกิจ สังคมและการเมืองที่เกิดขึ้นทั่วโลก อาจถึงเวลาแล้วที่โลกทั้งใบต้องการสถาบันการศึกษาที่ผลิตคนเก่งและดี มากกว่าคนเก่งที่ไม่ได้มองอะไรไปไกลมากกว่าแค่ตัวเอง !!
จากหนังสือพิมพ์ ประชาชาติ วันที่ 8 พฤษภาคม 2551 |