| รายงานพิเศษ // เงินกู้ยืมเรียน กยศ.-กรอ.
กรณีอัตวินิบาตกรรมของ เด็กสาวเมืองสิงห์บุรี
ที่สอบติดมหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตเพชรบุรี คณะสัตวแพทย์และเทคโนโลยีการเกษตร แต่ครอบครัวยากจนเผชิญพิษเศรษฐกิจวิ่งหาเงินลงทะเบียนให้ไม่ทัน จนลูกสาวเครียดน้อยใจในวาสนาตัวเอง ตัดสินใจผูกคอตายลาโลก
โอ้! อนิจจา ความจนเป็นฆาตกร
เรื่องอย่างนี้มิใช่เพิ่งเกิด มีทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ต่างกรรม ต่างวาระ ต่างเหตุและผลคละกันไปแต่ความจริงที่มิอาจปฏิเสธได้คือ ระบบการศึกษาในบ้านเรานั้น ดูเหมือนจะเปิดกว้างให้คนทุกระดับได้เข้าถึงแต่เอาเข้าจริงก็มิได้เป็นอย่างว่า ตั้งแต่ขั้นพื้นฐานยันอุดมศึกษาเพื่อให้ได้ปริญญาสักใบ เพราะความยากจนบั่นทอนโอกาสนั้นเอง แม้ไม่ถึงขั้นน้อยเนื้อต่ำใจคิดตายลาโลก แต่หลายรายก็ต้อง ออกกลางคัน มาช่วยพ่อแม่ทำกินอนาคตดับวูบ โดยมีสถิติบ่งชี้ว่าปัญหาการออกกลางคันของนักเรียนนักศึกษาอยู่ในขั้นวิกฤติ
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ระบุข้อมูลนักเรียนออกกลางคันปี 2550 ตั้งแต่ระดับอนุบาล-ม.ตอนปลาย สถานศึกษาสังกัด สพฐ.ใน 178 เขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ พบว่า มีนักเรียนออกกลางคันทั้งสิ้น 119,626 คน จำแนกเป็นนักเรียนชาย 69,244 คน นักเรียนหญิง 50,382 คน หรือคิดเป็น 1.4% จากนักเรียนทั้งหมด8,513,828 คน และเมื่อแยกตามสาเหตุ 3 อันดับแรก คือ มีฐานะยากจน 39,700 คน อพยพตามผู้ปกครอง 18,133 คน และมีปัญหาครอบครัว 12,600 คน
วกกลับมาดูความช่วยเหลือของ รัฐบาล ผุดตัวช่วยส่งเสริมการศึกษา ว่าด้วย เงินกู้ยืมเรียน ถ้าดูเจตนารมณ์ก็ถือว่าดี แต่ทว่าก็ช่วยได้ไม่ทั้งหมด
อย่างกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ติดขัดตรงที่ระเบียบคุณสมบัติผู้กู้ ที่กำหนดจะต้องมีรายได้ครอบครัวไม่เกิน 150,000 บาทต่อปี จึงทำให้ครอบครัวที่มีรายได้เกินกว่าเพียงเล็กน้อย แต่มีลูกมากกว่า 1 คน ไม่สามารถกู้ยืมได้???
ปัญหานี้ส่งผลให้กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) และกระทรวงการคลัง ในฐานเจ้าของเงินกู้ ต้องปรับหลักเกณฑ์ใหม่โดยขยายเพดานรายได้ครอบครัวจาก 150,000 ต่อปี เป็น 200,000-250,000 บาทต่อปี เพื่อต้องการเปิดโอกาสให้ผู้เดือดร้อนจริงๆ สามารถกู้ได้มากขึ้น พร้อมประกาศชัดเจนว่า เปิดเทอมแรกปี 1/2551 นิสิต นักศึกษาที่ขัดสนจะได้กู้แน่นอน
นอกจากนี้ยังมีกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาที่ผูกกับรายได้ในอนาคต (กรอ.) ที่มีจุดเด่น จุดต่างจากกองทุน กยศ. คือไม่ว่าจนหรือรวยก็กู้ยืมได้ ไม่จำกัดรายได้ครอบครัว แต่จะให้กู้เฉพาะสาขาที่เป็นความต้องการของประเทศเท่านั้น
***************
คราวนี้มาดูในรายละเอียดทั้ง 2 กองทุน
กยศ.ผู้มีสิทธิกู้ นักเรียนชั้น ม.4 ส่วนนักเรียนชั้น ม.5 ม.6 ไม่สามารถสมัครเป็นผู้กู้รายใหม่ได้ ยกเว้นมีความจำเป็นจริงๆ อาทิ กำพร้า ครอบครัวไม่มีรายได้ เป็นต้น โดยโรงเรียนจะต้องเสนอเรื่องมาให้คณะอนุกรรมการบัญชีจ่ายที่ 1 พิจารณาเป็นรายกรณี ส่วนผู้มีสิทธิอีกกลุ่ม คือ นิสิต นักศึกษาระดับอุดมศึกษา และอาชีวศึกษา แต่มีเงื่อนไขว่าต้องมีรายได้ต่อครอบครัวไม่เกิน 150,000 บาทต่อปี (กำลังขอขยายเพดานเป็น 2.5 แสนบาทต่อไป) ไม่เคยจบปริญญาตรีในสาขาใดมาก่อน และไม่เป็นผู้ที่ทำงานในระหว่างเรียน โดยให้กู้ได้ทั้งค่าเล่าเรียน ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษา และค่าครองชีพ สามารถยื่นคำร้องขอกู้ ผ่านระบบ E-Studentloan ทางเว็บไซต์ www.studentloan.or.th ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 30 มิ.ย.51
***************
ขณะที่ กรอ.ผู้มีสิทธิกู้ นักศึกษาระดับอุดมศึกษาและอาชีวศึกษา เฉพาะชั้นปีที่ 1 เท่านั้น สำหรับชั้นปีอื่นที่ยังไม่เคยกู้ยืมเรียนมาก่อน ต้องเสนอเรื่องให้คณะอนุกรรมการบัญชีจ่ายที่ 2 พิจารณาเป็นรายกรณีเช่นกัน จุดต่างของ กรอ.คือการไม่จำกัดรายได้ครอบครัว แต่จะให้กู้เฉพาะสาขาที่เป็นความต้องการของประเทศเท่านั้น เช่น ระดับ ปวส. ปวท. ให้กู้เฉพาะสาขาการโรงแรม และบริการ การจัดการธุรกิจการท่องเที่ยว การจัดการโลจิสติกส์ เครื่องประดับอัญมณี เครื่องกล ไฟฟ้ากำลัง เป็นต้น
ส่วนระดับอนุปริญญาและปริญญาตรี ให้กู้สาขาโลจิสติกส์ การออกแบบ ซอฟต์แวร์และมัลติมีเดีย วัสดุศาสตร์ เคมีอุตสาหกรรม ชีววิทยา วิศวกรรมศาสตร์ เซรามิกส์ เทคโนโลยีการเกษตร พยาบาล แพทย์ หรือทันตแพทย์ เป็นต้น
โดยกู้ได้เฉพาะค่าเล่าเรียนและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษา ตามอัตราที่กองทุนฯ กำหนด ซึ่งผู้ที่ต้องการกู้ กรอ.สามารถขอแบบคำขอกู้ยืมได้ที่สถานศึกษา หรือดาวน์โหลดจากเว็บไซต์ของกองทุนฯ ตั้งแต่บัดนี้ถึงวันที่ 15 มิ.ย.ศกนี้
****************
กระนั้นก็ยังอดห่วงไม่ได้ว่าข่าวสารของกองทุนกู้ยืมเรียน จะไปถึงคนที่ขัดสนจริงๆ หรือไม่ เพราะยังมีข่าวขึ้นหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์เป็นระยะๆ ว่ามีเด็กยากจน สอบติดที่โน้นที่นี่แต่ไม่มีเงินเรียน ไม่มีแม้เงินจะเป็นค่ารถไปสอบสัมภาษณ์ หรือรายงานตัว แว่วมาว่าสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) เตรียมจะเดินสายประชาสัมพันธ์ในต่างจังหวัดช่วงต้นเดือน มิ.ย.นี้หรือถ้าจะให้เร็วกว่านั้นก็สอบถามโดยตรงที่โทร.0-2610-4888
ขอย้ำว่าผู้กู้ควรจะเป็นผู้ที่ขัดสนจริง และมีใจอยากร่ำเรียนเพื่ออนาคตที่ดีกว่าจริงๆ เพราะนี่ไม่ใช่ทุนให้เปล่า จบแล้วต้องใช้คืน เพื่อสานฝันให้รุ่นน้องในปีต่อๆ ไปด้วยเช่นกัน
จาก นสพ.สยามรัฐ ฉบับวันที่ 1 มิย 2551 |