University Education Network Asia:แหล่งรวมข้อมูลการศึกษาโรงเรียน มหาวิทยาลัยในและต่างประเทศ
  หัวข้อ
หน้าแรก
ข่าวสาร
เนื้อหา
บทความ
วิดีโอ-เสียง
แนะนำสถาบัน***
โปรโมชั่นพิเศษ***
Web Board
อัลบั้มภาพ
ดาวน์โหลด
สมุดเยี่ยม
ค้นหา
ติดต่อเรา

EP Thai Universites
EP schools in Thailand
International Universities in Thailand
ลิงค์น่าสนใจ
FAQ

ประกาศซื้อขาย

  โปรแกรมหลักสูตร
English Courses 2006 (6)
High School (3)
English Courses 2007 (5)
English Courese 2008 (2)
Special Promotion (1)

  เลือกประเทศศึกษาต่อ
Australia (2)
China (1)
Malaysia (13)
New Zealand (1)
UK (3)
USA (1)
Singapore (1)


  เว็บเซต์บริการข้อมูล
ตรวจสลากกินแบ่งฯ
การบินไทย
นกแอร์
แอร์เอเชีย
รถไฟฟ้าBTS
รถไฟฟ้าใต้ดิน
Major Cineplex
SF CinemaCity
เครือ EGV

TOEFL FreeTest
สภาพจราจร จส100
สภาพจราจร สวพ91
ราคาน้ำมันวันนี้
ตรวจสลากออมสิน
อัตราแลกเปลี่ยนเงิน
ราคาทองคำ
โรงพยาบาล
ฟรีดาวน์โหลด
เบอร์โทรศัพท์ทั่วไทย
ค้นหาสายรถเมล์
Free English Test
แปล Eng--Thai
ดิกชันนารี ออนไลน์
เรียนอังกฤษออนไลน์
ภ.อังกฤษง่ายนิดเดียว
ฟอ ไฟ ฟุด ฟิด
English Lessons
Adv.English Lesson
Access English
English Town
Student Weekly
Nation Junior
Bangkok Post
The Nation
FM96.5คลื่นความคิด
FM101.5คลื่นความรู้

  ระบบสมาชิก
ชื่อเรียก

รหัสผ่าน



สมัครสมาชิก ?
คลิกที่นี่ เพื่อลงทะเบียน.

ลืมรหัสผ่าน ?
ขอใหม่ ที่นี่.

ชื่อ:

ข้อความ:
รหัสลับ: b315d
กรอกรหัส:*
ช่วยเหลือ

farida
13/08/2010 11:49
อยากทราบรายละเอียดเกี่ยวก
ับค่าเล่าเรียนในLim Kok Wing University of Creative Technology


attachai
10/07/2009 13:19
ใครมีพระดีเอามาดู

ราณี
02/03/2009 15:55
อยากศึกาต่อต่างประเทศ มากๆเลยย

FAQ

Q: การทดสอบต่างๆ ที่ใช้ในการไปศึกษาต่อต่างประเทศ มีการสอบอะไรบ้าง
A: การสอบ TOEFL (Test of English as a Foreign Language) เป็นข้อสอบมาตรฐานด้านภาษาอังกฤษของสหรัฐอเมริกา เพื่อใช้คัดเลือกนักศึกษาต่างชาติเข้าศึกษาในสถาบันการศึกษาของ
สหรัฐอเมริกา มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่ต้องการผลสอบประมาณ 173-213 ขึ้นไปจากคะแนนเต็ม 300 มีการเปิดสอนพร้อมกันทั่วโลก ค่าสมัครสอบเป็นเงินจำนวน US$ 110 สำหรับในประเทศไทย

ติดต่อสมัครได้ที่ สถาบันการศึกษานานาชาติ (IIE) ชั้น 6 อาคารมณียา ถนนเพลินจิต เขตปทุมวัน กทม10330 โทร 02662 0653

การสอบ IELTS (International English Language Testing System) เป็นข้อสอบมาตรฐานด้านภาษาอังกฤษของอังกฤษและออสเตรเลีย เพื่อใช้คัดเลือกนักศึกษาต่างชาติเข้าศึกษาในสถาบันการศึกษาของอังกฤษและออสเตรเลีย ซึ่งมหาวิทยาลัยส่วนใหญ่ต้องการผลคะแนนประมาณ 6.0 ขึ้นไป เปิดสอบทุก 2 สัปดาห์ ติดต่อสมัครสอบได้ที่ British Council  โทร  02652 5480-9 ต่อ 404-5 และ IDP Education Australia  โทร 02638 3111 และ Australia Center Chiang Mai  โทร 053 810552-3

การสอบ GRE (Graduate Record Examination) เป็นแบบทดสอบมาตรฐานที่สถานศึกษาในสหรัฐอเมริกาใช้เป็นส่วนหนึ่งในการพิจารณารับเข้าศึกษาในสาขาวิชาต่างๆ ตั้งแต่ระดับปริญญาโทขึ้นไป (ยกเว้นสาขาบริหารธุรกิจที่ใช้ GMAT)


ปัจจุบันรูปแบบการสอบเป็น Computer Adaptive Test (CAT) สามารถสมัครสอบได้ 1 ครั้ง ภายในระยะเวลา 1 เดือน แบบทดสอบ GRE มี 2 ชนิดคือ General Test เป็นการทดสอบเพื่อวัด
ทักษะของผู้สอบในรูปคะแนนของความสามารถทางภาษาและ Subject Test เป็นการทดสอบเพื่อวัดความสามารถในสาขามี่เฉพาะเจาะจงลงไป ติดต่อสมัครสอบได้ที่ www.gre.org

การสอบ GMAT (Graduate Management Admission Test) เป็นการวัดความสามารถทางด้านภาษาและคณิตศาสตร์ทั้งความถนัดในการเขียนเชิงวิเคราะห์ ซึ่งเกี่ยวข้องกับความสำเร็จในการศึกษาด้านบริหารธุรกิจ ดังนั้น GMAT จึงเป็นส่วนหนึ่งที่สถานศึกษาในสหรัฐอเมริกาใช้ในการรับเข้าศึกษาระดับปริญญาโททางบริหารธุรกิจ นอกจากนี้บางสถาบันในประเทศอังกฤษ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และแคนาดา ก็กำหนด GMAT เป็นคุณสมบัติอย่างหนึ่งในการสมัครเรียนต่อ MBA เหมือนกัน ดูรายละเอียดได้ที่ www.mba.com หรือ www.gmat.org
แบบทดสอบ GMAT ประกอบด้วย 3 ส่วนคือ
Verbal เกี่ยวกับความรู้ความเข้าใจในด้านการอ่านภาษาอังกฤษ
Quantitive เกี่ยวกับความรู้ความเข้าใจคณิตศาสตร์ ความสามารถในการแก้ปัญหา ความมีเหตุมีผลและการแปลข้อมูลทางสถิติ
Analytical Writing กำหนดให้เขียนเรื่อง 2 เรื่อง โดยวิเคราะห์จากเนื้อหาที่ให้มา การเขียนเรื่องนี้อาจจะทำในคอมพิวเตอร์ หรือเขียนในกระดาษก็ได้
ติดต่อสมัครได้ที่  สถาบันการศึกษานานาชาติ (IIE) ชั้น 6 อาคารมณียา ถนนเพลินจิต เขตปทุมวัน กทม10330 โทร 02662 0653

Q: IELTS ต่างจาก TOEFL อย่างไร? ถ้าไม่สอบ IELTS แต่สอบ TOEFL แทนได้ไหม?
A: IELTS เป็นการทดสอบภาษาอังกฤษของประเทศในเครือจักรภพอังกฤษ ทดสอบทักษะ ความเข้าใจและการใช้ภาษาอังกฤษ ในทักษะทั้ง 4ด้านคือ การฟัง การอ่าน การเขียนและการพูด ในการสอบแต่ละคร้ง จะต่องเว้น 3 เดือนจึงจะสอบใหม่ได้
    TOEFL เป็นการทดสอบภาษาอังกฤษในระบบอเมริกัน เป็นการทดสอบที่ยอมรับอย่างเป็นทางการในเกือบทุกประเทศ ทดสอบในทักษะทั้ง 3 คือ การฟัง การอ่าน และการเขียน ปัจจุบันใช้ระบบการทดสอบแบบ onlineได้ ซึ่งสะดวกในการสอบและการพิจารณาผลการสอบTOEFLสามารถใช้ได้ในหลายประเทศ แต่ IELTS ใช้ได้ในประเทศในเครือจักรภพอังกฤษเท่านั้น เช่น UK Canada Australia New Zealand เป็นต้น

Q: ในประเทศไทย จะสอบ TOEFL และ IELTS ได้ที่ไหน? 
A:
 
TOEFL สอบถามข้อมูลและสอบได้ที่ สถาบันการศึกษานานาชาติ ( IIE ) อาคารซิตี้แบงก์ ชั้น 9 ถ. สาทรเหนือ เวลา 08.30-16.30 น. ทุกวันจันทร์ - ศุกร์
      IELTS สอบถามข้อมูลและติดต่อสอบได้ที่ British Council ที่กรุงเทพฯ และ เชียงใหม่

Q: ผล GPA ไม่ค่อยดีเท่าไร มีสิทธิไปเรียนต่อต่างประเทศมั๊ยครับ?
A: ผล GPA ไม่สูง ก็สามารถไปศึกษาต่อได้ค่ะ เพราะในต่างประเทศจะมีสถาบันการศึกษาอยู่เป็นจำนวนมาก ทั้งสถาบันที่อยู่ใน TOP TEN หรือ สถาบันที่อยู่ในระดับกลาง จะพิจารณาผลสอบภาษาอังกฤษ จดหมาย Recommendation ประสบการณ์ทำงาน ( ถ้ามี ) หรือจะสมัครเรียนโปรแกรมภาษาอังกฤษกับสถาบัน แล้วอาจสามารถศึกษาต่อในหลักสูตรระดับต่างๆ ได้เลยค่ะ 

Q: จะทราบอย่างไรว่ามีสถาบันอื่นๆ ที่ดีนอกเหนือจากสถาบันที่ TOP TEN ?
A: สอบถามได้กับศูนย์แนะแนวการศึกษาหรือ ก.พ. ว่าสถาบันนั้น ก.พ. รับรอง หรือไม่ 

Q: การสมัครเรียนต่อในระดับปริญญาตรี โท ต่างประเทศ ต้องการอะไรบ้าง?
A: สำหรับปริญญาตรี
1 ผลการเรียน หรือใบระเบียนการเรียน ฉบับภาษาอังกฤษ (Transcript)
2 จดหมายรับรองจากทางสถาบัน
3 ผลภาษาอังกฤษ IELTS หรือ TOEFL (ถ้ามี)
4 สำหรับการสมัครสายศิลปะ ต้องส่งผลงานศิลปะ (Portfolio)
สำหรับปริญญาโท
1 ผลการเรียน ฉบับภาษาอังกฤษ (Transcript)
2 จดหมายรับรองการจบการศึกษา หรือและจดหมายรับรองจากอาจารย์
3 จดหมายรับรองการทำงาน (ถ้ามี)
4 สำหรับการสมัครสายศิลปะ ต้องส่งผลงานศิลปะ (Portfolio)

Q: หลักสูตรที่จบด้วย COURSEWORK และหลักสูตรที่จบด้วย RESEARCH แตกต่างกันอย่างไร
A: คุณวุฒิที่ได้มี วิทยฐานะเท่ากัน แจ่จะมีระบุการเรียนว่า เป็นแบบCoursework ซึ่งการศึกษาและการบรรยายในชั้นเรียน หรือเป็นแบบ Research หรือการเรียนแบบการทำวิจัย

Q: อยากทราบว่า Double Degrees คืออะไร?
A: Double Degrees คือการศึกษาในระดับปริญญา 2 หลักสูตรพร้อมกันหรือต่อเนื่องกัน
ในคณะเดียวกันแต่ต่างสาขาวิชา หรือต่างคณะกันก็ได้ อาทิเช่น
Bachelor of Engineering and Bachelor of Commerce
Bachelor of Arts and Bachelor of Commerce
Bachelor of Economics and Bachelor of Finance
MBA and Master of Commerce
MBA and Master of International Business
Master of Laws and Master of Arts
MBA and MIT เป็นต้น

Q: หลักสูตรภาษาอังกฤษใด เหมาะสมกับนักศึกษาที่ต้องการศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย (ปริญญาตรี โท เอก)?
A: หลักสูตรภาษาอังกฤษสำหรับการศึกษาต่อ หรือ English of Academic Purposes หรือ English of Tertiary Studies หรือ หลักสูตรภาษาอังกฤษที่เป็นเงื่อนไขในเข้าการศึกษาโดยตรงในสถาบันหรือที่เรียกว่า Direct Entry จะมีชื่อหลักสูตรที่แตกต่างกันเช่น Direct Entry English Program (DEEP), English Language Bridging Program (ELBP), English for Academic Purposes (EAP) เป็นต้น

Q: ควรจะไปเรียนภาษาอังกฤษในต่างประเทศนานเท่าไร ถึงจะเห็นผลครับ
A: โดยปกติแล้วทางสถาบันภาษาจะให้นักเรียนสอบ เพื่อวัดระดับภาษาอังกฤษก่อนการเริ่มเรียน ระยะการเรียนขึ้นอยู่กับพื้นฐาน และพัฒนาการทางด้านภาษาอังกฤษของแต่ละคน ความมุ่งมั่นในการเรียน และความมีคุณภาพของการเรียนการสอนด้วยเช่นกัน นักศึกษาไทยส่วนใหญ่จะเรียนกันประมาณ 4-6 เดือน 

Q: ต้องมีค่าใช้จ่ายประมาณเท่าไรค่ะ ถ้าจะเรียนภาษาที่ออสเตรเลีย 
A: ค่าเล่าเรียนในหลักสูตร จะอยู่ในช่วงประมาณ 180-350 ต่อสัปดาห์ค่ะ บวกกับค่าที่พัก และค่าใช้จ่ายส่วนตัวต่างๆ อีกประมาณ A$ 7,000- A$ 20,000 ( ขึ้นอยู่กับเมือง และรูปแบบการใช้ชีวิตของแต่ละคน ) ต่อปีค่ะ 

Q: เรียนภาษาที่นิวซีแลนด์ ต้องมีค่าใช้จ่ายประมาณเท่าไรคะ 
A: ค่าเล่าเรียนหลักสูตรภาษาอังกฤษ ประมาณ 248 -400 ต่อสัปดาห์ค่ะ บวกค่ากินอยู่ และค่าใช้จ่ายส่วนตัว อีกประมาณ NZ 1,000 ต่อเดือน

Q: ถ้าคิดจะเรียนต่อปริญญาโท MBA ในอังกฤษ หรือ อเมริกา ไม่ทราบที่ไหนน่าสนใจกว่ากัน 
A: การไปเรียนต่อปริญญาโท MBA ระหว่างอเมริกา และอังกฤษ ก็ดีพอๆ กัน ค่าใช้จ่ายต่อปีโดยเฉลี่ยก็ไม่ต่างกันเท่าไร ( ปีละ 1 - 2 ล้านบาท ) แต่หลักสูตร MBA ของประเทศอเมริกาส่วนใหญ่ ใช้เวลาในการเรียน 2 ปี และต้องใช้ผล GMAT แต่ของประเทศอังกฤษส่วนใหญ่ จะเป็นหลักสูตร 1 ปี และไม่ต้องใช้ผล GMAT คะ 

Q: สมัครเรียนปริญญาโทด้านวิศวกรรมศาสตร์ ต้องใช้เอกสารอะไรบ้างครับ 
A: เอกสารที่ต้องใช้ คือ Transcript ผลสอบ TOEFL หรือ IELTS ผลสอบ GRE ( สำหรับประเทศอเมริกา ) ใบ Recommendation จากอาจารย์ หรือผู้ว่าจ้าง 2-3 ฉบับ และ Statement of Purpose ( สำหรับประเทศอเมริกา ต้องใช้ Bank Statement ในการสมัครเข้าเรียนด้วย ) 

Q: จบปริญญาตรีสาขาอื่นๆ แต่ต้องการเรียนทางด้านธุรกิจในระดับปริญญาโท จะทำอย่างไร?
A: ในปัจจุบันมีหลายมหาวิทยาลัยออกแบบหลักสูตรปริญญาโทในสาขาวิชาทางธุรกิจต่างๆ สำหรับนักศึกษาที่จบปริญญาตรีในสาขาอื่นๆ เช่น
Master of Business Administration (MBA)
Master of International Business
Master of Commerce
Master of Applies Commerce
Master of Business Systems
Master of Business Information Systems
Master of Human Resource Management
Master of Hotel Management เป็นต้น

Q: ถ้าจะศึกษาต่อระดับปริญญาตรีในออสเตรเลีย คิดเป็นเงินบาทของไทยเราประมาณเท่าไร?
A: โดยเฉลี่ยประมาณ 800,000 ถึง 1,200,000 บาทต่อปี รวมค่าเล่าเรียน ค่าครองชีพ ค่าใช้จ่ายส่วนตัว ทั้งนี้จะมากหรือน้อยกว่าขึ้นอยู่กับค่าเล่าเรียน เมืองที่เลือก และนิสัยในการใช้จ่ายของแต่ละบุคคล

Q: เป็นไปได้ไหม ที่สามารถเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาโท โดยที่ไม่ได้จบปริญญาตรี?
A: เป้นไปได้ สถาบันการศึกษาในต่างประเทศให้ความสำคัญกับความตั้งใจและประสบการณ์ของผู้สมัครมากกว่าระดับการศึกษา ดังนั้นผู้ที่จบการศึกษาในระดับมัธยมศึกษา ประกาศนียบัตร หรือ อนุปริญญาตรี แต่มีประสบการณ์ในการทำงาน 5-10 ปี สามารถสมัครเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาโทได้ในสาขาที่เกี่ยวข้องกับประสบการณ์ได้ จำนวนปีของประสบการณ์จะกำหนดแตกต่างกันไปแล้วแต่สถาบัน

Q: ปัญหาที่นักเรียนนอกมักเจอมีอะไรบ้าง ควรเตรียมตัวป้องกันอย่างไร หรือควรแก้ไขอย่างไร?
A: ปัญหาเรื่องภาษาอังกฤษ มักจะเกิดกับนักศึกษาที่ต้องการเข้าเรียนในหลักสูตรหลักในเร็ววัน เรียนภาษาเพียงสั้นๆ เพื่อประหยัดเวลาและค่าเล่าเรียน ตั้งใจเพียงเพื่อเรียนจบเร็วๆ ควรเตรียมตัวเรื่องภาษาเป็นอย่างดี แม้ว่าจะสอบผ่านตามเกณฑ์ภาษาที่กำหนดแล้วก็ตาม ให้เวลา 1-3 เดือนเพื่อศึกษาเพิ่มเติม การเรียนภาษาอังกฤษไม่ใช่เพียงเพื่อให้เข้าศึกษาได้ แต่เพื่อความพร้อม หากปัญหาเกิดขึ้นแล้ว สามารถขอความช่วยเหลือจาก International Office หรือ  Student Services ของสถาบันซึ่งมีบริการให้ความช่วยเหลือไว้ให้

ปัญหาเรื่องที่พัก อาจจะเจอครอบครัว Homestay ที่มีฐานะไม่ได้ดีนักทำ Homestay เป็นธุรกิจเพื่อความอยู่
รอดของตัวเอง จึงไม่ได้ดูแล ทำอาหารและให้ความสะดวกสบายเท่าที่ควร ดังนั้นก่อนอื่นควรทำใจเผื่อไว้
บ้างหรืออย่าตั้งความหวังมากนัก อีกทั้งมีความพร้อมที่จะหาข้อมูลที่พักอื่นๆ เตรียมไว้ด้วย ทุกสถาบันเอง
ก็มีหน่วยงานช่วยจัดการเรื่อง Homestay หรือหอพักให้ด้วย

ปัญหาเรื่องสุขภาพ แม้ว่าเกือบทุกประเทศในปัจจุบัน บังคับให้นักศึกษาทำประกันสุขภาพ แต่เมื่อไปอยู่
ในประเทศที่ไม่คุ้นเคย นักศึกษามักจะมีสุขภาพที่ไม่แข็งแรง อันเนื่องมาจากสภาพภูมิอากาศ อาหาร การ
ขาดการออกกำลังกาย และขาดกำลังใจ ดังนั้นนักศึกษาควรเตรียมเรื่องเสื้อผ้าให้เหมาะสม ทานอาหาร
ที่มีประโยชน์ โดยเฉพาะผักและผลไม้ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ดูแลรักษาทานยาอย่างถูกต้องเมื่อเริ่ม
มีอาการ ไปปรึกษาแพทย์ตามที่ได้ทำประกันสุขภาพไว้แล้ว เป็นต้น

ปัญหาเรื่องการเงิน ควรจัดเตรียมงบประมาณสำหรับค่าใช้จ่ายไปให้พอดีและใช้จ่ายอย่างประหยัด ในบาง
ประเทสอนุญาตให้นักศึกษาทำงานได้ ก็เป็นการแบ่งเบาภาระทางบ้านและเป็นค่าใช้จ่ายในการครองชีพ
ได้ส่วนหนึ่ง

ปัญหาเรื่องการเรียน นักศึกษาไทยขาดทักษะการศึกษาค้นคว้าข้อมูลด้วยตนเอง ไม่คุ้นเคยกับการใช้ห้อง
สมุด การค้นคว้าข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต ไม่ถนัดเรื่องรายงานโดยเฉพาะอย่างยิ่งด้วยภาษาอังกฤษ

ปัญหาเรื่องเวลา ควรตรงต่อเวลา เตรียมการงานที่จะส่งให้เสร็จก่อนกำหนด จัดตารางเวลาการเรียน บริหาร
เวลาส่วนตัว และเวลาทำงานอย่างลงตัวและต้องไม่ส่งผลเสียต่อกัน

Q: เมื่อเดินทางไปถึงประเทศนั้นๆ ต้องไปรายงานตัวหรือติดต่อกับสถานทูตหรือสถานกงสุลหรือไม่
A: ไม่จำเป็น ยกเว้นต้องการความช่วยเหลือในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเอกสารที่เป็นทางการ หรือกฎหมายเช่น หนังสือเดินทางหาย ถูกจับ ไม่ได้รับความเป็นธรรมทางกฎหมายในกรณีต่างๆ ในทางกลับกัน นักศึกษาสามารถให้ความช่วยเหลือต่อหน่วยงานเองได้ในฐานะอาสาสมัคร

Q: Direct Entry English Program คืออะไร?
A: Direct Entry English Program หรือ  DEEP course เป็นโปรแกรมที่ทางมหาวิทยาลัยออกแบบมาสำหรับนักเรียนที่มีผลภาษาอังกฤษแล้ว ยังไม่ถึงเกณฑ์ที่มหาวิทยาลัยกำหนด โดยปกติแล้วนักเรียนจะต้องเรียนภาษาอังกฤษเพิ่มประมาณ 10 สัปดาห์ ข้อดีของการเรียน Direct Entry Program คือการลดความกดดันในการ
สอบวัดผลภาษาอังกฤษได้ทันตามที่มหาวิทยาลัยกำหนด อย่างไรก็ตามนักเรียนก็ยังคงต้องรับผิดชอบในเรื่องการเรียนและสอบให้ผ่านตามเกณฑ์ที่กำหนด

Q: ต้องมีเงินอยู่ในบัญชีเท่าไรในการยื่นขอวีซ่า?
A: ส่วนใหญ่แล้วการพิจารณาตัวเงินหรือ statement ในการยื่นขอวีซ่าของเจ้าหน้าที่แผนกวีซ่าที่สถานทูตจะไม่กำหนดว่าต้องมีจำนวนเงินอยู่ที่เท่าไร แต่จะดูที่ว่าผู้สมัคีขอวีซ่ามีความจำนงหรือจุดประสงค์ที่จะพำนักที่ต่างประเทศเป็นระยะเวลานานเท่าไร ซึ่งจำนวนเงินหรือ statement ที่จะแสดงในการยื่นวีซ่าควรที่จะต้องครอบคลุมในเรื่องของค่าใช้จ่ายทุกอย่างตลอดระยะเวลาที่ประสงค์จะพำนักอยู่ต่างประเทศ เจ้าหน้าที่แผนกวีซ่าของสถานทูตจะดูจำนวนในบัญชีย้อนหลัง 6 เดือนและควรที่จะต้องมีเงินไหลเวียนอยู่ในบัญชีตลอดเวลา

Q: ถ้ามีเงินอยู่ในบัญชีมาก โอกาสในการอนุมัติวีซ่าจะสูงไหม?
A: จำนวนเงินในบัญชีเป็นหนึ่งในองค์ประกอบหลักในการพิจารณาวีซ่า แต่ไม่ได้หมายความว่าถ้ามีจำนวนมากจะ
ได้รับการอนุมัติวีซ่า เพราะการพิจารณาอนุมัติวีซ่าจะพิจารณาจากประวัติของผู้ขอยื่นวีซ่า ซึ่งจะหมายถึงทุกอย่างที่เกี่ยวกับผู้ยื่นขอวีซ่า เช่นประวัติทางด้านการศึกษา ประวัติการทำงาน ประวัติอาชญกรรม เป็นองคฺ์ประกอบอื่นๆควบคู่กันไป เพราะจะเป็นการแสดงความเชื่อมั่นกับเจ้าหน้าที่แผนกวีซ่าของสถานทูตว่าเมื่ออนุมัติวีซ่าแล้วผู้ขอวีซ่าจะไม่ไปตกระกำลำบากหรือสร้างความเดือดร้อนให้กับรัฐบาลของประเทศที่ยื่นขอวีซ่า

Q: ถือวีซ่านักเรียนสามารถทำงานได้ไหม?
A: กฎหมายการทำงานสำหรับนักศึกษาต่างชาตอของแต่ละประเทศจะแตกต่างกันไป เช่นกฎหมายทำงานของ
ประเทศออสเตรเลียสำหรับนักศึกษาต่างชาติ ได้กำหนดให้นักศึกษาต่างชาติสามารถทำงานได้ 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ นักศึกษาไม่สามารถทำเกินได้ในช่วงของการเปิดภาคการศึกษา แต่นักศึกษาสามารถทำงานได้เต็มเวลาในช่วงปิดภาคการศึกษา เป็นต้น

Q: ขอวีซ่านักเรียนต้องตรวจสุขภาพ หรือไม่คะ ?
A: สำหรับประเทศอเมริกา ไม่ต้องใช้ผลตรวจสุขภาพ แต่สำหรับประเทศออสเตรเลีย นักศึกษาต้องยื่นผลการตรวจสุขภาพด้วยค่ะ 

Q: ประเทศอเมริกา ขอวีซ่านักเรียนได้นานแค่ไหนครับ ต้องมีหลักฐานการเงินเท่าไหร่ ?
A: ประมาณ 1-5 ปีค่ะ แล้วแต่จุดมุ่งหมาย และหลักสูตรที่ต้องการไปศึกษาต่อบวกกับคุณสมบัติของนักเรียนแต่ละคน แต่ส่วนใหญ่จะได้ 5 ปีค่ะ ส่วนหลักฐานการเงิน ผู้ที่จะสนับสนุนด้านการเงินให้กับนักศึกษา ควรจะมีเงินอยู่ในบัญชีหลักล้านบาทขึ้นไป คือ จะต้องมีเงินเพียงพอกับค่าเล่าเรียน และค่าใช้จ่ายทั้งหมดตลอดระยะเวลาที่เราศึกษาอยู่ และถ้าเป็นบัญชีออมทรัพย์ หรือ ฝากประจำที่มียอดมาเป็นเวลานานแล้วก็จะยิ่งดีค่ะ

Q: วีซ่านักเรียนประเทศออสเตรเลีย จะได้กี่ปีคะ ?
A: จะได้ระยะเวลาตามหลักสูตรที่เราสมัคร และตั้งใจไปเรียน เช่น สมัครเรียนภาษา 6 เดือน ก็จะได้ภาษา 6 เดือน บวกกับอีก 1 เดือน หลังจบหลักสูตร และถ้าเรียนหลักสูตรทางวิชาการ ในระดับอื่น เช่น ปริญญาโท และได้ชำระมัดจำบางส่วน ของหลักสูตร ก็จะได้วีซ่าครอบคลุมทั้ง 2 หลักสูตรค่ะ บวกกับอีก 1 เดือน หลังจบหลักสูตรปริญญาโท และสามารถต่อวีซ่าในประเทศออสเตรเลียได้ ถ้าต้องการศึกษาต่ออีก 

 Q: หลักเกณฑ์การเข้าเรียนปริญญาตรี ที่ออสเตรเลีย โดยทั่วไป
A: การเรียนปริญญาตรีที่ออสเตรเลีย ส่วนใหญ่ใช้เวลาเรียน 3 ปี แต่มีบางหลักสูตร เช่น วิศวกรรมศาสตร์ ใช้เวลาเรียน 4 ปี
1. เรียนจบ Year 12 ในออสเตรเลีย หรือเทียบเท่า หรือ เรียนปริญญาตรีที่เมืองไทยจบมาหนึ่งปี
2. ภาษาอังกฤษต้องดี IELTS 6.0 คะแนนทุกส่วนได้ 6
อย่างไรก็ตาม ยังมีทางออกสำหรับนักเรียนที่ไม่ได้เกณฑ์ตามมาตรฐานที่กำหนดไว้คือ
3. เรียนคอร์ส Foundation Studies หลักเกณฑ์การเข้าเรียนคือ
หลักสูตรปกติ ต้องจบมัธยม 5 เกรดเฉลี่ย 2.5 ขึ้นไป , IELTS 5.0 (คอร์สประมาณ 1 ปี)
หลักสูตรเร่งลัด ต้องจบมัธยม 6 เกรดเฉลี่ย 2.5 ขึ้นไป , IELTS 5.5 (คอร์สประมาณ ครึ่งปี)
4. เรียน Year 12 ที่ออสเตรเลีย จบได้เกรดตามมาตรฐานที่ทางมหาวิทยาลัยกำหนด
ทั้งนี้ทุกหลักสูตร ต้องมีความสามารถทางด้านภาษา ตามระดับที่กำหนด ถ้าไม่ได้ก็สามารถเลือกเรียน IELTS course เพื่อสอบ IELTS ที่นี่ หรือเรียนคอร์ส Direct entry

Q: หลักเกณฑ์การเข้าเรียนปริญญาโท ที่ออสเตรเลีย โดยทั่วไป
1.จบปริญญาตรี จากมหาวิทยาลัยที่เป็นที่ยอมรับของออสเตรเลีย และการเข้ามหาวิทยาลัย ที่มีชื่อเสียง ต้องมีเกรดเฉลี่ยค่อนข้างสูง จึงจะสามารถเข้าได้ ประมาณ 2.7 ขึ้นไป
2.ภาษาต้องได้ระดับ IELTS 6.5, 6.0 ทุก score
3.และมีคอร์ส เรียกว่า Direct entry เปิดสอนโดยมหาวิทยาลัยเอง หรือโรงเรียนภาษาเอกชน เรียนแล้วทำคะแนน ให้ตามเกณฑ์ที่กำหนด ก็สามารถเข้ามหาวิทยาลัยนั้นได้ โดยไม่ต้องมีผล IELTS

หมายเหตุ ปกติมหาวิทยาลัยในออสเตรเลีย เปิดเทอม 2 ครั้งต่อปี คือ เดือนกพ. และกค แต่มีบางมหาวิทยาลัย หรือบางคอร์ส ที่เปิดเรียน 3-4 ครั้งต่อปี

Q: ค่าใช้จ่ายในการศึกษาต่อปีของแต่ละประเทศจะเป็นเท่าใด?

ค่าใช้จ่ายในการศึกษาต่างประเทศ   
(ค่าเล่าเรียนและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ต่อปี)
       
       
Country            Bachelor Degree                  Master Degree         FX rate
                   Thai bahts        Currency    Thai bahts    Currency   30/08/2006

       
USA         min 1,251,993.60 US$ 33,280    same as B Deg            37.62
USA         max 1,432,569.60 US$ 38,080   same as B Deg            37.62
UK in London 1,649,894.40       ₤ 23,040    same as B Deg            71.61
UK out London 1,576,852.20     ₤ 22,020    same as B Deg            71.61
CANADA         1,197,631.20  US$ 35,080   same as B Deg            34.14
AUST              1,123,419.00  A$ 38,940 1,133,516.50 A$ 39,290    28.85
NZ                     859,447.40 NZ$ 35,180 859,447.40 NZ$ 35,180    24.43
FRANCE in Paris 682,641.80    € 14,110      same as B Deg            48.38
FRANCE out Paris 624,585.80  € 12,910      same as B Deg            48.38
GERMANY         759,566.00     € 15,700      same as B Deg            48.38
NETHERLAND 1,232,238.60     € 25,470      same as B Deg            48.38
Russia             786,258.00  US$ 20,900      same as B Deg            37.62
JAPAN             828,077.05  ¥ 2,564,500 914,614.25 ¥ 2,832,500    32.29
Singapore        511,626.00 SG$21,300        same as B Deg           24.02
Malaysia          253,858.00 MY$24,200         same as B Deg          10.49
India               106,382.00 INR 123,700       same as B Deg           0.86

Q: โปรแกรม  High School Exchange หรือ Study Tour หรือ English Summer Camp มีประโยชน์และมีความสำคัญอย่างไรบ้าง?
A: เป็นก้าวแรกไปสู่อนาคตทางการศึกษาและอาชีพการงานในระดับนานาชาติ ให้เรามีส่วนนำคุณสู่เส้นทางการเรียนรู้และความมั่นใจ ซึ่งจะเป็นสิ่งที่สำคัญในการมุ่งสู่เส้นชัยด้านการศึกษา

เหตุผลที่ควรศึกษาต่อโรงเรียนมัธยมปลายในต่างประเทศ
การสำเร็จการศึกษาในระดับมหาวิทยาลัยจากต่างประเทศนั้น เป็นสิ่งที่นักเรียนหลายคนใฝ่ฝัน แน่นอนว่านักเรียนที่จบการศึกษาในประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษย่อมส่งผลดีต่ออาชีพงานซึ่งมีการ
แข่งขันสูงในปัจจุบัน ทางที่ดีที่สุดในการเริ่มต้นการศึกษาในระดับนานาชาติคือการเดินทางไปกับองค์กรที่มีประสบการณ์ในหลักสูตร หนึ่งปีกับชีวิตนักเรียนมัธยม

วิธีที่ดีที่สุดในการเตรียมความพร้อม
การเรียนหนึ่งปีในโรงเรียนมัธยมปลายในต่างแดนเป็นวิธีที่ดีที่สุดสำหรับผู้สนใจเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาในต่างประเทศ ในระหว่างปีการศึกษานักเรียนได้ฝึกฝนภาษาอังกฤษจนคล่อง
และทำความคุ้นเคยกับระบบการศึกษาแบบใหม่ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะช่วยเสริมความมั่นใจ และเตรียมความพร้อมสำหรับผู้เรียนที่ต้องการศึกษาต่อระดับมหาวิทยาลัยในประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสาร

บ้านใหม่ในต่างแดน
ครอบครัวเจ้าบ้านเป็นหัวใจสำคัญของโครงการแลกเปลี่ยนนักเรียน ตลอดระยะเวลาในต่างประเทศ คุณจะได้ศึกษาขนบธรรมเนียมของครอบครัว ร่วมงานประเพณีและฉลองวันหยุดร่วมกับพวกเขา

สมาชิกใหม่ของครอบครัว
นักเรียนเดินทางมาพร้อมกับความคาดหวังและความกลัว พยายามปรับตัวเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว การปรับตัวทั้งทางด้านภาษาและวัฒนธรรมจึงเป็นสิ่งจำเป็น นักเรียนต้องใส่ใจเรียนรู้ชีวิต
ประจำวันของครอบครัว ขณะที่ครอบครัวเองก็ต้องอดทนและเข้าอกเข้าใจ เราพร้อมที่จะแลกเปลี่ยน เปิดรับสิ่งใหม่ ให้ความไว้วางใจ สิ่งเหล่านี้ทำให้นักเรียนเหล่านี้ กลายเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวของเขา
 
การเริ่มต้นที่ดีที่สุด
เตรียมพร้อมสำหรับ High School Year โดยเข้าแคมป์กับเรา เพื่อพัฒนาภาษาเรียนรู้วัฒนธรรมใหม่ๆ  อย่างสนุกสนานไปพร้อมๆ  กับเพื่อนนักเรียนจากทั่วโลก

สู่บ้านใหม่แคมป์ภาษาและวัฒนธรรม

แคมป์ภาษาและวัฒนธรรมจะเป็นการเริ่มต้นอย่างสุดยอดในการเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนของคุณในสอง-สามอาทิตย์แรก เราจะพาคุณไปทำความคุ้นเคยกับโรงเรียนใหม่ และร่วมเดินทางไปกับเพื่อนนักเรียนจากทั่วโลกเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเรียนที่จะมาถึง  พร้อมกับกิจกรรมต่าง ๆ  มากมาย

เรียนรู้ภาษาและวัฒนธรรมใหม่ๆ
กิจกรรมประจำวันจะเป็นการศึกษาเรียนรู้ภาษาและแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม ทีมงานของเราจะช่วยคุณในการปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ๆ พร้อมแบ่งปันทัศนคติ มุมมองที่มีต่อโลกกว้างใบนี้
เรียนรู้เพื่อรับมือกับการคิดถึงบ้าน culture shock เพื่อช่วยให้คุณปรับตัวกับชีวิตใหม่ให้เร็วที่สุด พร้อมอดีตนักเรียนแลกเปลี่ยนที่จะมาช่วยแนะนำเกร็ดเล็กๆ  น้อยๆ สำหรับชีวิตใน High School และถ้าคุณจะเดินทางไปฝรั่งเศส เยอรมัน หรือ สเปน เรามีบริการสอนภาษานั้นๆ   เป็นการเพิ่มเติมเป็นพิเศษ

ความสนุกสนานเริ่มต้นที่นี่
ไม่ต้องกลัวเบื่อ หลังจากสิ้นสุดการเรียนแต่ละวันเพราะเราได้เตรียมกิจการรมต่างๆ ไว้มากมาย สนุกและผ่อนคลายไปกับกีฬานานา ชนิดพร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน นี่แหล่ ที่คุณจะ
ได้ฝึกภาษาเพิ่มเติม พร้อมรู้จักเพื่อนใหม่ เท่านั้นยังไม่พอทีมงานเรายังเตรียมพาคุณท่องไปในสถานที่ท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อของเมืองนั้นๆ อีกด้วย

Q: เรียนจบ High School จากประเทศ New Zealand แล้วอยากกลับมาเรียนมหาวิทยาลัยระดับปริญญาตรีในไทย สามารถนำวุฒิการศึกษามาเทียบได้ที่ไหนบ้างและต้องเตรียมตัวอย่างใด?

A:สำหรับนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายที่มีความประสงค์ต้องการกลับมาเทียบวุฒิกับกระทรวงศึกษาธิการในประเทศไทย ต้องมีผลการเรียนที่นิวซีแลนด์ในระดับ Year 12 หรือเทียบเท่า โดยต้องสอบผ่านครบทั้ง 5 วิชา ตามที่กระทรวงศึกษาธิการนิวซีแลนด์กำหนดไว้ และจะต้องมีใบประกาศนียบัตรของกระทรวงศึกษาธิการนิวซีแลนด์มาแสดงโดยมีหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้

กรณีการใช้วุฒิการศึกษาวุฒิใดวุฒิหนึ่ง 

จบการศึกษาชั้น Form 6 โดยมีใบ Sixth form Certificate แสดงรายวิชารวม 5 วิชา ซึ่ง 5 วิชาดังกล่าวอาจมาจากหลายๆ ปีการศึกษาก็ได้ เช่นปี 1997 ได้รับใบ Sixth form Certificate มีรายวิชา 3 วิชา และในปี 1998 ได้รับใบ Sixth form Certificate มีรายวิชา 2 วิชา สามารถใช้ทั้ง 2 ใบรวมกันเพื่อเทียบความรู้ได้ จบการศึกษาในระดับ Level 2 ขึ้นไปของ Unit Standard ตามระบบใหม่ โดยมีใบ NCEA Certificate แสดงจำนวนหน่วยกิต (Credit) และจุดประสงค์ (Unit Standard) แสดงรายวิชารวม 5 วิชา แต่ละวิชา ต้องไม่ต่ำกว่า 7 หน่วยกิต และเช่นเดียวกัน 5 วิชาดังกล่าวสามารถมาจากหลายปีการศึกษาได้
กรณีการใช้วุฒิการศึกษาหลายวุฒิรวมกัน

จบการศึกษาจากทั้ง 2 ระบบในข้อที่ 1 และ 2 รวมกันได้ 5 วิชาที่ไม่ซ้ำกัน วิชาที่มาจาก NCEA Certificate ต้องมีหน่วยกิต 3 หน่วยขึ้นไป คิดเป็นหนึ่งวิชา จบการศึกษาชั้น Year 12 โดยมีใบ NCEA Certificate รวมกับการจบการศึกษาชั้น Year 13 โดยมีผลการสอบ University Entrance & Bursaries หรือ High School Certificate แสดงรายวิชารวมกัน 5 วิชาไม่ซ้ำกัน ในการยื่นขอเทียบความรู้กับฝ่ายตรวจสอบกรมวิชาการ กระทรวงศึกษานั้น  ต้องใช้เอกสารตัวจริงเพื่อแสดงต่อเจ้าหน้าที่ พร้อมด้วยหนังสือรับรองโรงเรียนจากทางศูนย์การศึกษา (หนังสือรับรองดังกล่าวมีค่าใช้จ่าย 250 บาท)

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่
ฝ่ายตรวจสอบ กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ
โทรศัพท์: 0-2281-6206 หรือ 0-2281-7185
New Zealand Qualification Authority NZAQ
Tel: 64-4-802-3075
Fax: 64-4-801-5401
http://www.nzqa.govt.nz/

ความเห็น
ยังไม่มีความเห็นส่งเข้ามา.
แสดงความคิดเห็น
ชื่อ:



ไม่ใช้งานไอคอนยิ้มในความคิดเห็นนี้

ระดับคะแนน
ระบบลงคะแนนเฉพาะสาชิก.

ต้องเข้าระบบก่อน.

ยอดเยี่ยม! 100% [1 ลงคะแนน]
ดีมาก 0% [ไม่มี]
ดี 0% [ไม่มี]
พอใช้ 0% [ไม่มี]
แย่ 0% [ไม่มี]
  นาฬิกา

  แนะนำสถาบัน
Chinese Study Tour in Kunming, China
Chinese Study Tour in Kunming, China
China

  โปรแกรมแนะนำ
GEOS Special USA, Canada, Uk, Australia, NZ
GEOS Special USA, Canada, Uk, Australia, NZ
0.00
English Courses 2006

  ผู้สนับสนุน

เว็บเพื่อนบ้าน

  ข่าวการศึกษา

  ข่าวหน้าหนึ่ง นสพ

  English News

  ทีวี-วิทยุ
เลือกรายการ คลิก"เปิด" เริ่มรับชม-ฟังรายการ


  แบบสำรวจ
ควรจะแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 หรือไม่

เห็นด้วย
เห็นด้วย
40% [17 ]

ไม่เห็นด้วย
ไม่เห็นด้วย
60% [26 ]



Copyright 2006 University Education Network Asia , All rights reserved. admin@uenetasia.com,MSN ID:uenetasia@hotmail.com Office:250/637 Buddhamontol2 road, Taveewattana, Bangkok10170 Tel 08 66692679
4213407 ผู้เข้าเยี่ยมชม